วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

มะขาม สำหรับคนท้องผูก


มะขาม ทำน้ำมะขามดื่มกันเถอะ รับรองเห็นผล เนื้อในของมะขามเปรี้ยว ใช้เป็นยาระบาย ขับเสมหะ เพราะมีกรดอินทรีย์หลายตัว เช่น กรดทาร์ทาริก (Tartaric acid) กรดซิตริก (Citric acid) ทำให้มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ลดความร้อนของร่างกาย
แพทย์ไทยเชื่อว่า รสเปรี้ยวกัดเสมหะให้ละลายได้อีกด้วย จะเห็นได้ชัดว่า เพียงแค่เราคิดถึงมะขามอ่อนจิ้มเกลือเปรี้ยวลิ้น ยังไม่ทานก็น้ำลายสอแล้ว จริงไหม?
วิธีใช้ ทำโดยนำมะขามเปียกรสเปรี้ยว 10-20 ฝัก (หนัก 70-150 กรัม) จิ้มเกลือรับประทาน แล้วดื่มน้ำตามมากๆ หรือถ้าจะให้น่ารับประทานกว่านั้น อาจใช้มะขามเปียก ละลายน้ำร้อน ต้มพอเดือด ผสมเกลือและน้ำตาย ดื่มก่อนนอนแก้วใหญ่ๆ รับรอง ตอนเช้าพุ่งจู๊ด

ซูชิ ทายนิสัย


1. ข้าวปั้นหน้ากุ้ง คุณเป็นคนมองโลกในแง่ดี จนเข้าขั้นอินโนเซนต์ ขนาดว่าตกหลุมรักใครได้ง่ายๆ แค่เจอเพียงแวบเดียว สาวหน้ากุ้งยังเกลียดความเหงา ชอบให้ใครๆเอาใจใส่ดูแล เธอไม่ใช่คนทะเยอทะยานขอแค่อนาคตที่มั่นคงก็พอใจ แต่บางทีก็ออกจะดูเอื่อยเฉื่อยไปหน่อย
2. ข้าวปั้นหน้าปลาแซลม่อน ใครๆก็บอกว่าคุณนี่แหละสาว " self " ตัวจริง คุณเป็นตัวของตัวเอง มีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ โกรธ เกลียด อะไรก็จะเก็บสีหน้าอาการไม่อยู่เอาเสียเลย เว้นแต่เรื่องหัวใจเนี่ยแหละ จะรักใครชอบใครก็กลับเก๊กได้ เนียนสนิท เฮ้อ!! เป็นเสียอย่างนี้แห้วแน่เลยนะจ๊ะ สาวปลาแซลม่อนก็เลยมักจะโดดเดี่ยว แล้วก็แก้ปัญหาด้วยการช้อปแหลก
3. ข้าวปั้นหน้าไข่หวาน ดูเหมือนสาวแรง สุดมั่นเป็นจอมเจ้าชู้ หว่านเสน่ห์ไปทั่ว แต่ลึกๆแล้ว คุณมักจะรู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อย ก็เลยพยายามสร้างจุดเด่นไว้เรียกร้องความสนใจ ทำให้เวลาที่สาวไข่หวานต้องการอะไร เธอจะมุ่งมั่นอย่างจริงจังจนน่ากลัวเชียวล่ะ!!
4. ข้าวห่อสาหร่ายหน้าไข่กุ้ง โรแมนติกน่าดูเชียวนะคุณน่ะ ความรักของสาวไข่กุ้งจึง สุดสวีท นอกจากนี้คุณเธอยังชอบความหรูหราเอามาก ชอบเดินทางท่องเที่ยว (อาจเป็นที่ต่างประเทศด้วยนะ ) เหตุจากที่เป็นคนช่างฝัน จึงมีไอเดียฟุ้งอยู่เสมอ ที่น่ารักมากคือ คุรเป็นคนอยู่ในกรอบของครอบครัว และชอบอยู่บ้านเอาใจคุณพ่อ คุณแม่
5. ข้าวห่อสาหร่ายไส้แตงกวา คุณเป็นคนที่มีจุดมุ่งหมายแน่วแน่ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม มักจะตั้งความหวังไว้สูง บางทีก็ทำให้เป็นคนจุกจิกช่างเลือกเกินไป ชอบคิดแล้วคิดอักกว่าจะยอมตัดสินใจ จนพลาดโอกาสดีๆอยู่เรื่อย โดยเฉพาะเรื่องความรักนี่ละ แถมยังแอบงก ทั้งที่ในใจ หลงใหลความหรูหราฟู่ฟ่าเสียเหลือเกิน

*__10 อาหารสุภาพ ที่ควรมีติดตู้เย็น__*

อาหารถือเป็นปัจจัยสี่ที่มีความสำคัญกับชีวิตเราเป็นอันดับหนึ่ง ยิ่งปัจจุบันคนทั่วโลกหันมาใส่ใจกับเรื่องสุขภาพมากขึ้น การเลือกทานอาหารที่ให้ประโยชน์สูงสุดแก่ร่างกายจึงกลายเป็นกระแสที่หลายๆ คนทำ โดยเฉพาะในหมู่สาวๆ ที่ต้องดูแลรูปร่างไม่ให้มีไขมันส่วนเกิน ว่าแต่อาหารสุขภาพชนิดใดที่สาวๆ ควรมีติดตู้เย็นบ้าง

น้ำเปล่า ไม่ต้องอธิบายอะไรกันมากมายสำหรับความจำเป็นและคุณประโยชน์ทำให้เราต้องดื่มน้ำ เพราะ "น้ำ" ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิต ช่วยทำให้ระบบการทำงานของร่างกายเป็นไม่อย่างปกติ ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดี หัวใจทำงานปกติและมีประสิทธิภาพแข็งแรงขึ้น รวมทั้งช่วยให้การขับถ่ายของเสียทำงานได้ดี ที่สำคัญยังช่วยให้ผิวชุ่มชื่น โดยน้ำที่เหมาะแก่การดื่มคือน้ำอุณหภูมิปกติ เรียกว่าสาวคนใดอยากสุขภาพดีอย่าลืมดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้วนะคะ

ผัก เหมาะมากสำหรับการเป็นอาหารในยุคเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณปลูกพืชผักสวนครัวไว้ทานเอง คุณจะได้ทานผักที่สดและปลอดภัยจากสารพิษ รวมทั้งประหยัดเงินในกระเป๋า ในส่วนของคุณประโยชน์ของผักนั้น "ผัก" ถือเป็นอาหารที่มีคุณค่ามาก เพราะมีสารอาหารที่ร่างกายต้องการ อาทิ วิตามิน เกลือแร่ อยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ในผักยังมี "ใยพืช" (Fiber) ซึ่งช่วยกระตุ้นลำใส้ให้ทำงานดีขึ้น ทำให้ท้องไม่ผูก ป้องกันโรคริดสีดวงทวาร โรคมะเร็งลำไส้

ไข่ไก่ หากคุณกำลังหาอาหารไว้ติดตู้เย็นสักชนิดที่ทั้งราคาถูกและมีคุณค่าทางอาหาร เราขอแนะนำ "ไข่ไก่" ค่ะ เพราะในไข่ไก่มีทั้งโปรตีนและกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย 9 ชนิด ทั้งยังมีวิตามินกับเกลือแร่อีกหลายชนิด เช่น วิตามินเอ , บี, ดี และ อี ธาตุเหล็ก , สังกะสี, ซีลีเนียม และไอโอดีน ส่วนใครที่เคยเชื่อมาผิดๆ ว่าทานไข่แล้วจะเสี่ยงกับความอ้วนนั้น คุณเข้าใจผิด เพราะโคเลสเตอรอลในไข่แดงมีประมาณ 230 มิลลิกรัมต่อฟอง ซึ่งนับว่าปลอดภัยกว่าการกินเนย แป้ง น้ำตาล และเนื้อสัตว์ติดมันมาก

นม "นม" ในที่นี้จะเป็นประเภทใดก็ได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นนมวัว นมถั่วเหลือง หรือนมเปรี้ยว เพราะทุกประเภทล้วนมีประโยชน์ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าเราต้องอ่านฉลากข้างกล่องหรือขวดให้ดีก่อนจะซื้อมาเก็บไว้ในตู้เย็นนะคะ เพราะในนมแต่ละยี่ห้อแต่ละสูตรก็จะมีปริมาณน้ำนมและสารปรุงแต่งไม่เท่ากัน สำหรับคนที่ไม่มีปัญหาในเรื่องระบบย่อยอาหารคุณควรดื่มนมวัวค่ะ เพราะในนมวัวมีแคลเซียมและโปรตีนซึ่งมีความสมบูรณ์ของกรดอะมิโนดีกว่าโปรตีนจากถั่วเหลือง

เนื้อปลา สาวๆยุคใหม่หลายคนมองข้ามการทานเนื้อสัตว์ไปเพราะกลัวอ้วน แต่เราว่าคุณจะต้องเปลี่ยนความคิดใหม่หลังจากที่ทราบคุณประโยชน์ของ "เนื้อปลา" เพราะโปรตีนจากเนื้อปลามีไขมันต่ำ ย่อยง่าย และมีสาอาหาร คือ กรดโอเมก้า 3 ซึ่งมีกรด DHA และกรด EPA โดย DHA จะช่วยบำรุงเซลล์สมอง เซลล์ประสาท และเรตินาในดวงตา ส่วนกรด EPA ช่วยควบคุมระดับโคเลสเตอรอล และลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในร่างกาย จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

ผลไม้รสเปรี้ยว ต้องย้ำไว้ก่อนค่ะว่าเป็นผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม , มะม่วง,ฝรั่ง, กีวี่ ,ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เพราะผลไม้ประเภทนี้จะมีวิตามินซีสูง (แถมยังปลอดภัยจากความอ้วนกว่าผลไม้รสหวานที่มีน้ำตาลมาก) ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของภูมิต้านทานโรค ช่วยลดระดับไขมันที่จะไปพอกพูนเส้นเลือดในร่างกายแล้วทำให้หลอดเลือดอุดตัน ทั้งยังช่วยควบคุมโคเลสเตอรอล และป้องกันการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี ที่สำคัญวิตามินซีททำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นเหตุของการเสื่อมของร่างกายอีกด้วย

โยเกิร์ต เป็นผลิตภัณฑ์จากนมยอดฮิตที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ โดยใน "โยเกิร์ต" มีวิตามิน ได้แก่ วิตามิน เอ, บี1, บี 2, บี3,บี6, บี12, ดี, อี มีกรดที่ช่วยในการดูดซึมโปรตีน แคลเซียมและเหล็กเข้าสู่ร่างกาย ช่วยการทำงานของระบบย่อยอาหาร และระบบการขับถ่าย ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด ช่วยบำรุงผิวพรรณ แต่ก่อนซื้อต้องอ่านฉลากให้ดีก่อนนะคะว่าในโยเกิร์ตรสและยี่ห้อนั้นๆ มีส่วนประกอบและคุณค่าทางอาหารอะไรบ้าง แนะนำว่าโยเกิร์ตธรรมชาติที่มีน้ำตาลน้อยดีที่สุดค่ะ

แอปเปิ้ล คำกล่าวที่ว่า "ถ้ารับประทานแอปเปิ้ลวันละผลแล้วล่ะก็จะไม่ต้องไปหาหมอ" คงเป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริงนัก เพราะแอปเปิ้ลมีสารอาหารที่มีประโยชน์หลายชนิด อาทิ สารเบตาแคโรทีน วิตามินซี นอกจากนี้แอปเปิ้ลยังเป็นผลไม้ที่มีเส้นใยมาก ซึ่งจะทำหน้าที่ทำความสะอาดลำไส้ ช่วยให้ตับและระบบย่อยทำงานได้ดียิ่งขึ้น อ้อ ถ้าอยากได้คุณค่าเต็มเปี่ยมแนะนำให้ทานแอปเปิ้ลทั้งเปลือกค่ะ เพราะเปลือกของแอปเปิ้ลแดง 1 ผลนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระเทียบเท่ากับวิตามินซี 820 มิลลิกรัมทีเดียว

ถั่ว "ถั่ว" ถือเป็นโปรตีนจากพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูงไม่แพ้โปรตีนจากเนื้อสัตว์เชียวค่ะ ดังนั้นคนที่อยู่ในช่วงทานเจหรือมังสวิรัติแต่ไม่อยากให้ร่างกายขาดโปรตีน ถั่วจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดของคุณค่ะ ที่สำคัญถั่วยังอุดมไปด้วยวิตามินที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของผิวหนัง ผม การควบคุมความดันโลหิต ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบการแข็งตัวของเลือด นอกจากนี้ไขมันไม่อิ่มตัวในถั่วจะช่วยลดระดับโคเลสเตอรอล ใครที่อยากทานอาหารสุขภาพราคาประหยัดต้องไม่พลาดถั่วค่ะ

ธัญพืช มื้อเช้าที่เร่งรีบ ถ้าคุณไม่มีเวลาในการเข้าครัวเพื่อทำกับข้าว การมี "ธัญพืช" จำพวกข้าวโพด , ลูกเดือย ,งา ,ข่าวฟ่าง,เมล็ดทานตะวัน, จมูกข้าว, รำจ้าว (ชนิดที่อบกรอบพร้อมทาน) ติดตู้เย็นไว้จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาได้มากทั้งยังดีต่อสุขภาพ โดยในธัญพืชจะมีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ต้องใช้เวลาในการย่อย ทำให้น้ำตาลในเลือดไม่ขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว จึงไม่ทำเกิดเป็นโรคเบาหวานตามมาในภายหลัง (ต่างจากแป้งขัดขาวซึ่งน้ำตาลจะถูกย่อยเร็ว) นอกจากนี้ธัญพืชยังเปี่ยมด้วยวิตามิน เกลือแร่ และไฟเบอร์

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ดาวอังคารก็มีน้ำ



ดาวอังคารก็มีน้ำ

ภาพถ่ายด้วยกล้องที่มีความละเอียดสูง หรือ The High-Resolution Stereo Camera (HRSC) แสดงให้เห็นแหล่งต้นกำเนิดของแหล่งน้ำบนดาวอังคาร หรือที่เรียกกันว่า ดาวแดง ที่ขยายออกไปทางเหนือถึง 3,000 กิโลเมตร

วาทะความรัก

วาทะความรัก
'คู่รักจะเอาใจใส่อีกฝ่าย ส่วนคู่เวรจะเอาแต่ใจตัวเอง'
...

'คู่เทียมเจอเมื่อไหร่ก็ได้
แต่คู่แท้ต้องเจอในจังหวะที่จะรักกันจริงเท่านั้น'
...

'ใจจริงไม่ได้เกิดจากความตั้งใจให้จริงเสมอไป
ถ้าคู่ยังไม่ใช่ ใจก็คงจริงยาก'
...

'รู้สึกว่าใช่ ไม่จำเป็นต้องใช่
โดยเฉพาะถ้าได้ความรู้สึกว่าใช่มาจากการเอาแต่มองด้านดีท่าเดียว'
...

'อำนาจที่ทำให้ลุ่มหลงส่งมาจากส่วนสกปรกตรงไหนของร่างกายก็ได้
แต่แรงบันดาลที่ทำให้รักจริงต้องมาจากกลางใจที่ใส่พอเท่านั้น'
...

'ความลุ่มหลงจะทำให้หน้าตาของเราโง่ลง
ส่วนการเห็นตามจริงจะทำให้หน้าตาฉลาดขึ้นเป็นคนละคน'
...

'คนเราตาบอดเพราะชอบทึกทักเอาเองว่าเห็นอะไรมา
ที่จะตาสว่างได้ก็เพราะยอมทบทวนดีๆ ว่ามีอะไรให้เห็นบ้าง'
...

'การจากกันบางครั้งดีกว่าอยู่กันไปเรื่อยๆ เพราะอาจเป็นทางเดียว
ที่ทำให้คุณค้นพบว่าเคยมีความรักอยู่ตรงนั้นขนาดไหน'
...

'สิ่งดีๆ ที่ผ่านไป อาจเปิดทางให้สิ่งดีกว่าที่กำลังจะผ่านเข้ามา'
...

7 สิ่งที่ไม่ควร ดื่มหรือกิน ขณะท้องว่าง

7 สิ่งที่ไม่ควร ดื่มหรือกิน ขณะท้องว่าง

1. เหล้า กระเทียม เพราะ 2 สิ่งนี้จะยิ่งกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะอาหาร ส่งผลให้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ และเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้

2. น้ำตาลหรืออาหารหวาน เช่น น้ำอัดลม ลูกอม ช็อกโกแลต เพราะจะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาล ส่งผลต่อการดูดซึมโปรตีนทุกชนิด และลดสมรรถภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไต

3. ชาแก่ ทำให้กรดเกลือของน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง เกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะ มือเท้าไม่มีแรง

4. ลูกพลับ เป็นตัวกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดเกลือออกมามาก ทำให้เจ็บหน้าอก คลื่นไส้ และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร

5. กล้วย เพราะจะเพิ่มธาตุแมกนีเซียมในเลือดให้สูงขึ้น ทำให้สูญเสียสัดส่วนของแคลเซียมและแมกนีเซียม เป็นการยับยั้งการทำงานของหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก

6. ผัก หากรับประทานผักอย่างเดียวขณะท้องว่าง จะทำให้ท้องอืด

7. นมและนมถั่วเหลือง แม้จะอุดมด้วยโปรตีน แต่จะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการย่อยและดูดซึมก็ต่อเมื่อในกระเพาะอาหารมีสารประเภทแป้งอยู่

วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

7 เคล็ดลับ รักษาความจำ

1)กินอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ โดยเลือกที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำแต่อุดมไปด้วยผักและผลไม้รวมทั้งกลุ่มวิตามินบีที่เป็นประโยชน์ต่อสมอง ควรรับประทานปลาหลายๆ ครั้งต่อสัปดาห์โดยเฉพาะปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 เช่น แซลมอน และทูน่า

2)ออกกำลังกายเป็นประจำ ควรทำอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที เป็นเวลา 3 ครั้งต่อสัปดาห์การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปสู่สมอง มีผลช่วยทำให้สมองมีสุขภาพและทำงานได้ดีอยู่ตลอดเวลาและยังอาจมีผลช่วยในกระบวนการสร้างเซลล์สมองใหม่ให้เจริญได้ดีด้วย

3)ไปพบแพทย์เป็นประจำ เพราะปัญหาด้านสุขภาพมีหลายๆ ปัญหา เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคซึมเศร้าและการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง จะทำให้สติปัญญาลดความเฉียบคมลง

4)นอนหลับให้เพียงพอ การนอนหลับที่น้อยกว่าวันละ 7-8 ชั่วโมง ทำให้ความจำและการมีสมาธิทำได้ยากขึ้น

5)ลดความเครียดลง เพราะยิ่งเครียด สมาธิยิ่งลด การเรียนรู้และความจำก็ลดลง

6)คิด และใช้สมองบ่อยๆ ควรหากิจกรรมทำ เช่น การอ่านหนังสือ เล่นเกมคอร์สเวิร์ด การเข้าร่วมอภิปรายกลุ่มการเข้าเรียนพัฒนาตนเองในคอร์ส
ต่างๆ การสมัครเรียนเปียโน หรือการสมัครเรียนภาษา

7)เข้าสังคม การใช้เวลาร่วมกับผู้อื่นจะช่วยทำให้สมองเกิดการตื่นตัว เช่น การพบเพื่อนใหม่หรือทำงานนอกเวลา

แอปเปิลวิเศษ


จากการวิจัยโดยใช้แอปเปิลและน้ำแอปเปิลในห้องทดลองของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียพบว่าสารอาหารภายในแอปเปิลและน้ำแอปเปิลสามารถลดปริมาณคอเลสเตอรอลได้ และมีผลช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจโดยการรับประทานแอปเปิลวันละ 2 ผล หรือดื่มน้ำแอปเปิล 100% ทุกวันสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้ง่ายๆ
เนื้อและเส้นใยในแอปเปิล 1 ผล มีปริมาณเท่ากับการรับประทานธัญพืชชั้นดี 1 ถ้วย ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลและป้องกันการก่อตัวของมะเร็งบางชนิด โพแทสเซียมที่มีอยู่เป็นจำนวนมากช่วยควบคุมความสมดุลของเหลวในร่างกายบำรุงประสาทกล้ามเนื้อขณะเคลื่อนไหว มีธาตุโบรอนปริมาณมากที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าน่าจะช่วยป้องกันกระดูกได้การดูดซึมน้ำตาลฟรุกโตสช้า ช่วยรักษาปริมาณน้ำตาลในเลือดให้คงที่ไม่สูงหรือต่ำ
แอปเปิล 1 ผลมีโซเดียมน้อยกว่าน้ำ 1 แก้ว ช่วยในระบบขับถ่าย และช่วยป้องกันโรคหัวใจ
นอกจากนี้ นักวิจัยของมหาวิทยาลัยแมสซาซูเสตส์ พบในการทดลองกับหนูว่าการทานแอปเปิลและดื่มน้ำแอปเปิลจะช่วยป้องกันไม่ให้สติปัญญาเสื่อมลงไปตามอายุขัยได้อีก
รู้มั้ยว่า วอชิงตันแอปเปิล เป็นแอปเปิลที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดในโลกเนื่องจากการเพาะปลูกอยู่ในบริเวณที่มีดินอันอุดมไปด้วยเถ้าลาวาจากผลของการปะทุจากภูเขาไฟและมีแสงแดดพอเพียงระบบชลประทานที่ทันสมัย โดยรัฐวอชิงตันเป็นพื้นที่ที่มีเกณฑ์การส่งออกที่เข้มงวดที่สุดกว่าในโลกเพราะมีการทดสอบผลแอปเปิลเพื่อวัดระดับความหวานและความแน่นเพื่อตรวจสอบว่าวอชิงตันแอปเปิลพร้อมที่จะส่งออกหรือไม่

10 วิธี หนีริ้วรอยของผู้หญิง


ริ้วรอย เป็นสิ่งที่หลายคนไม่ปรารถณา ไม่ว่าท่านจะอายุซักเท่าไหร่ ทุกคนอาจจะหยุดเวลาไว้ ณ วัยอันเปล่งปลั่งสดใส แต่คงไม่มีใครหยุดยั้ง เวลาที่ผ่านไปแต่ละวัน แต่ละนาทีได้ นำเสนอแนวทางเคล็ดลับง่ายๆ 10 วิธีที่ท่านจะหลีกเลี่ยงภาวะชราตามวัย หรือเกินวัย ด้วยตัวท่านเอง ดังนี้
1. ปกป้องผิวจากแสงแดด : ได้มีการพิสูจน์ยืนยันกันหลายต่อหลายครั้งในรายงานทางการแพทย์ว่า รังสียูวีเอ ยูวีบี และรังสีอินฟราเรด เป้นตัวการ สำคัญมากที่ทำให้เกิดริ้วรอยแห่งวัย ดังนั้นการเลี่ยงการโดนแดด หรือทาครีมกันแดดทุกวัน จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะป้องกัน อาการไหม้เกรียมแดด ริ้วรอยแล้ว ยังป้องกันมะเร็งผิวหนังในอนาคตด้วย
2. หยุดสูบบุหรี่ : การสูบบุหรี่ทำให้ออกซิเจนไม่สามารถหล่อเลี้ยงผิวพรรณได้เต็มที่และเพียงพอ ทำให้เซลล์ผิวหนังไม่สดใส และส่งผลให้เกิดเซลล์ ใหม่ล่าช้า และยังเร่งให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าให้เร็วขึ้น และเกิดรอยย่นเล็กๆ ที่บริเวณริมฝีปาก และปากดำคล้ำไม่สวยงาม 3. การทำความสะอาด : หลังจากเสร็จภารกิจจากการงาน ควรล้างหน้าให้สะอาดหมดจด ปราศจากคราบเครื่องสำอาง สิ่งสกปรกหรือเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ด้วยครีมเช็ดคราบเครื่องสำอาง แล้วล้างทำความสะอาดอีกครั้งด้วยครีมล้างหน้า แต่ถ้าสภาพผิวแห้ง ควรใช้ชนิดออยล์สำหรับล้างหน้า นวดวนเบาๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
4. บำรุงให้ล้ำลึก : เพื่อชดเชยความชุ่มชื้นคืนให้แก่ผิวหน้า อาจจะโดยการพอกหน้าด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับพอกหน้าเฉพาะ หรือทา Night Creams หนาๆ ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วใช้กระดาษเนื้อนุ่มเช็ดออกเบาๆ
5. กระตุ้นการหมุนเวียนของโลหิต : ด้วยการขัด นวด และปรับสภาพผิว เพื่อให้เซลล์ผิวกลับคืนสู่ความสดใส มีชีวิตชีวา อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการหมุนเวียน ของระบบโลหิตให้แข็งแรงกระฉับกระเฉง
6. การปกปิดริ้วรอย : คือ การเลือกใช้ครีมรองพื้น คอลซีลเลอร์และแป้งทาให้ทั่วใบหน้า เพราะนอกจากจะช่วยปกปิดริ้วรอยแล้ว ยังลดความหมองคล้ำ รอยดำ และจุดบกพร่องที่ไม่พึงปรารถณา ทั้งยังมีส่วนผสมของสารกระจายแสงให้ผิวหน้าดูสว่างไสวขึ้นได้ด้วย
7. ปรนนิบัติบำรุงผิวพรรณเป็นประจำ : ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมคุณค่า อาทิ เซรุ่มบำรุงผิว หรือครีมเข้มข้นที่พลิกฟื้นความสดชื่น ให้แก่ผิวพรรณ
8. สภาพอากาศ : ในแต่ละฤดูกาลทำให้ความชุ่มชื้นของผิวพรรณเปลี่ยนแปลง ควรเลือกครีมบำรุงตามสภาพอากาศ เช่นเดียวกับในภาวะน้ำร้อน หรือน้ำเย็น ที่มีผลต่อการสูญเสียน้ำของผิวหนัง
9. อาหารบำรุงผิว : เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผัก ผลไม้ เป็นประจำเพื่อให้อาหารแก่ผิวพรรณสม่ำเสมอ
10. แต่งหน้าอย่างชาญฉลาด : โดยเลือกเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ วิตามิน และสารกรองแสง แต่งหน้าเพราะนอกจากจะได้เรื่อง ความสวยงามแล้วยังมีคุณค่าต่อผิวอีกด้วยดังนั้นจะเห็นได้ว่า ตราบใดที่ท่านยังใส่ใจในความงามของผิวพรรณ การดูแล บำรุงอย่างต่อเนื่องด้วยตนเองอย่างชาญฉลาด และเหมาะสม หากมีใครจะเรียกท่านว่า สาวสองพันปี ก็คงไม่น่าแปลกใจนะคะ

วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

รักษาขอบตาดำ

รักษาขอบตาดำ
การรักษาแบบได้ผลช้า ๆ คือ ใช้ยาทาใต้ตาที่มีส่วนผสมของ Whitening เช่น วิตามินซี แต่ถ้าต้องการให้เห็นผลดีมากขึ้น และได้ผลเร็ว ๆ ต้องรักษาด้วยเลเซอร์ หรือเครื่องแสงเข้มข้น เป็นวิธีที่ได้ผลดี เลเซอร์ที่ใช้รักษาขอบตาดำได้ ที่นิยมมากที่สุดคือ Nd-yag laser นอกจากนี้เลเซอร์ตัวนี้ยังสามารถรักษาภาวะปานโอตะได้ด้วย
หลังยิงเลเซอร์ ผิวบริเวณนั้นจะเป็นสะเก็ด และสะเก็ดจะหลุดออกภายใน 1-2 อาทิตย์ และผิวของตาที่คล้ำก็จะดูขาวขึ้น เครื่องแสงเข้มข้น คล้ายกับเลเซอร์ แต่ต่างกันที่หลังจากยิงเสร็จแล้วจะไม่เป็นแผล แต่อาจจะเป็นสะเก็ดฝอย ๆ เล็กน้อย แต่เครื่องนี้ไม่สามารถรักษาภาวะปานโอตะได้
ขอบตาดำเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลารักษากันนาน และถ้าไม่รู้จักดูแลตัวเองให้ดี นอนหลับไม่เพียงพอ ไม่ช้าขอบตาก็กลับมาดำได้อีก ดังนั้น การดูแลเอาใจใส่รอบดวงตาเสียแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่จะเริ่มเป็นจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
รู้อย่างนี้แล้ว ก็อย่าลืมหันมาดูแลตัวเองจะได้ไม่เป็นขอบตาดำกัน.

วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

9 ข้อ สมองดีไม่มีเดี้ยง


1. จิบน้ำบ่อย ๆ สมองประกอบด้วยน้ำ 85 % เชลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเหี่ยวซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อยๆ
2. กินไขมันดี คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น
3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาทีหลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุดๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ (ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน
4. ใส่ความตั้งใจการตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิดระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรม เราให้ไปสู่เป้าหมายนั้นทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้นทั้งสองอย่างจึงเป็นเ สมือนสิ่งเดียวกัน
5. หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ
6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีนซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ ไปเรื่อยๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์
7. ให้อภัยตัวเองทุกวันขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง
8. เขียนบันทึก Graceful Journal ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดีๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์
9. ฝึกหายใจลึกๆ สมองใช้ออกชิเจน 20-25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยืดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่สามารถหายใจเอาออกซิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20%

วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ทายนิสัยจากการอ่าน



คนเรานั้นย่อมมีลักษณะเฉพาะตัว หรือความชอบที่แตกต่างกัน แต่ว่าเพื่อน ๆ รู้หรือเปล่าว่าลักษณะการอ่านแม็กาซีนของแต่ละคนนั้นสามารถบ่งบอกลักษณะการใช้เงินได้ด้วยนะ ลองเช็คดูว่า การอ่านของคุณนั้นเป็นแบบไหนแล้วการใช้เงินเป็นแบบไหนกัน


ชอบอ่านจากหน้าแรกไล่ไปเรื่อย ๆ จนจบ - - - > แสดงว่า คุณนี่ล่ะนักบริหารตัวจริง คุณสามารถบริหารจัดสรรเงินที่ได้มาอย่างลงตัว แม้ว่าคุณจะเป็นขาช้อปไม่ต่างจากคนอื่น แต่คุณก็ช้อปเฉพาะของที่จำเป็น และช้อปตามที่การเงินของคุณเอื้ออำนวยได้ ฉะนั้นลืมคำว่า เงินขาดมือ ไปได้เลยสำหรับคุณน่ะ


ชอบอ่านคอลัมน์ที่ชอบก่อน - - - > แสดงว่า คุณคือผู้เหมาะสมกับคำว่า ชักหน้าไม่ถึงหลัง เพราะคุณเป็นคนที่ไม่มีการวางแผนการใช้เงินล่วงหน้า เมื่อมีเงินอยู่ในกำมือ และคุณเจอของที่ถูกใจคุณจะยอมจ่ายเพื่อให้ได้ของสิ่งนั้นมาทันที โดยไม่ต้องคิดหน้าคิดหลังอะไรเลย เพราะฉะนั้นหากใครจะเรียกคุณว่า ขาช้อปมือหิ้วอันดับหนึ่งก็ไม่ต้องแปลกใจไปหรอก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเลวร้ายอะไรหรอกนะ เพียงแค่คุณถือคติว่า หมดก็หาใหม่ มากเกินไปเลยทำให้คุณติดนิสัยไม่ซีเรียสกับการใช้เงินจนชินก็เท่านั้นชอบ


อ่านจากข้างหลังไล่ขึ้นมาข้างหน้า - - - > แสดงว่าคุณ ยังไม่ใช่นักบริหารการเงินที่เก่งนัก บางครั้งคุณก็ยินดีจ่ายหมดหน้าตักกับสิ่งที่คุณต้องการ แต่บางครั้งคุณก็แทบไม่ยอมใช้จ่ายอะไรเลย เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาเก็บอย่างเดียว แนะนำว่าคุณควรจะจูนลักษณะทั้งสองอย่างให้มาอยู่ตรงกลางจะดีกว่านะ ไม่ใช่สุดโต่งไปในทางใดทางหนึ่งเกินไป


ชอบเปิดดูไปเรื่อย ๆ - - - > แสดงว่า คุณเป็นคนที่ระเบียบจัดกับการใช้เงินม้าก มาก ไม่ว่าจะซื้ออะไร คุณจะต้องนั่งคิดแล้วคิดอีกว่ามันจะคุ้มกับเงินที่เสียไปมั้ย แล้วมันจำเป็นมากมั้ยสำหรับคุณ ถ้าไม่ละก็ ไม่มีทางที่เงินจะกระเด็นออกมาจากกระเป๋าของคุณได้ง่าย ๆ เลยล่ะ แนะนำว่าคุณควรผ่อนคลายเรื่องการใช้เงินของคุณลงหน่อยอย่าไปซีเรียสกับมันมากนัก ลองหาของขวัญให้ตัวเองบ้างคุณจะได้ผ่อนคลายมากขึ้น

เป็นอย่างไงกันบ้างเอ่ย ... ตรงกันบ้างมั้ยเนี่ย ถ้าไม่ตรงก็ไม่เป็นไรเน๊อออ อ่านเล่นพอ ขำ ขำ แล้วกันค่ะ

วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ยิ้มที่สวยที่สุด



ยิ้มที่สวยที่สุดเป็นรอยยิ้มจากความจริงใจ


ถ้าหากว่าคนไม่มีความจริงใจแล้ว ชีวิตของเราก็ไม่มีความสุข หากอยู่กับคนที่ไม่ดีแล้วรู้สึกว่ามีความทุกข์
ก็เลยไม่ยอมยิ้ม คนที่เป็นทุกข์ย่อมไม่พ้นตัวเรา ริมฝีปากของเรามีไว้สำหรับยิ้มมีอยู่ติดตัวตลอดเวลา
เหมือนกับจิตใจที่มีติดตัวอยู่ตลอดเวลา จิตใจของเราเปลี่ยนไปได้หลายอย่างเหมือนรอยยิ้มอันเดียวกัน
แต่ส่อไปด้วยความรู้สึกหลายอย่าง ยิ้มสวยมาจากความจริงใจ ยิ้มแบบเหยียดๆ
ยิ้มแบบไม่พอใจยิ้มเขินอายหรือว่ายิ้มไปอย่างนั้นๆ มีตั้งหลายยิ้ม เปลี่ยนไปได้หลายรูปแบบ
หลายอารมณ์ตามสภาพจิตใจของเรา หากจิตใจดวงนี้จะเดินสู่ทางสายกลางอย่างจริงๆ
ก็ต้องควบคุมจิตใจของตัวเองคนยิ่งฝึกฝนบำเพ็ญธรรม จิตใจจะยิ่งอ่อนโยนลง
หากสามารถอ่อนโยนได้จนถึงที่สุดและเห็นทุกชีวิตเหมือนชีวิตของตัวเอง
อย่าเสแสร้งว่าเรามีความอ่อนโยนเพราะการที่เสแสร้งทำได้เพียงภายนอก จิ
ตใจจะตกลงเรื่อยๆ หากฉาบความดีไว้เพียงภายนอกจะทำให้บำเพ็ญยิ่งลำบาก ยิ่งไกล


(พระโอวาทพระอาจารย์จี้กงเมตตา ที่ เมี่ยวเต๋อ ประจวบฯ ๑๖ เม . ย. ๒๕๔๔)

พาแฟนเข้าบ้าน ให้ถูกใจแม่

พาแฟนเข้าบ้าน ให้ถูกใจแม่
หากตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่า จะพาแฟนเข้าบ้าน เพื่อเปิดตัวกับแม่สักที ขอแนะว่า คุณทั้งคู่ควรรู้จักมารยาทในการมาเยือนบ้านแฟนมั่งนะ ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้านึกอยากพามาก็มา ยังไม่ทันเตี๊ยมกัน หรือดัดนิสัยแฟนให้เป็นที่พิศวาสของผู้ใหญ่


ฉะนั้นถ้าอยากให้แฟนชนะใจบุพการีของตัว ละก็ ลองทำงี้ซี...
1. ก่อนพาแฟนเข้าบ้าน ควรเล่าถึงครอบครัวของคุณให้เค้าฟังเป็นข้อมูลเบื้องต้นเอาไว้มั่ง
จะได้เตรียมตัวเตรียมใจถูกไงเล่า แฟนจะได้ไม่ทำตัวเด๋อๆด๋าๆ เวลาอยู่ต่อหน้าแม่ของคุณ รวมทั้งกับสมาชิกคนอื่นๆในครอบครัวด้วย


2. อย่าทำตัวตามสบายเกินไป
เตือนตัวเองไว้เสมอว่า นี่ไม่ใช่บ้านตู และที่สำคัญแม่ของเค้ากำลังจับตามองอยู่นะ ดังนั้นอย่านั่งปล่อยหวอหรือแสดงพฤติกรรมเพี้ยนๆล่ะ


3. ถ้าแม่เค้าชวนทานข้าวที่บ้าน จงอย่าปฏิเสธ ทานก็ทานสิจะเป็นไรไปแต่ขอให้ดูตาม้าตาเรือก่อนนะว่า แม่เค้า


4. ยิ้มแย้มอยู่เสมอ (แม้ใจจะเซ้งเซ็ง)
เพื่อทำให้แม่ของเค้าคิดว่า คุณพอใจที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่อย่ากัดฟันฉีกยิ้มนะยะเดี๋ยวถูกจับได้ไล่ทันล่ะเป็นเรื่อง


5. ยอแฟนของคุณให้แม่เค้าฟัง
ทำให้แม่เค้าเชื่อว่า คุณมีสายตาแหลมคมแค่ไหนที่เลือกเค้ามาเป็นแฟน แม้ไอ้สิ่งที่พูดออกไปน่ะจริงครึ่งโม้ครึ่งก็เหอะ เพราะแม่ใครๆก็มองว่าลูกของตัวดีทั้งนั้นนี่หว่า แต่อย่ายอจนแม่จับได้ไล่ทันละกันว่าที่พูดนี่ไม่ใช่ลูกชั้นซะหน่อย แค่เลี่ยงบาลีให้ท่านคิดว่า ลูกของเธอพอมีแฟนปุ๊บก็เปลี่ยนมาเป็นคนใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิมปั๊บ...นี่ละใช่เลย


วันที่: 15 November 2007, 15:08